ความท้าทาย

 

     กลุ่มมิตรผลตระหนักดีว่าการดําเนินธุรกิจ อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพ ดังนั้นการจัดการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ  จึงเป็นประเด็นที่กลุ่มมิตรผลให้ความสําคัญด้านระบบนิเวศอันเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต และการดํารงรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ

 

 

ความมุ่งมั่นและแนวทางการบริหารงาน

 

     การบริหารจัดการด้านความหลากหลายทางชีวภาพถูกกำหนดไว้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ซึ่งบริษัทมีการพิจารณาประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในการดำเนินงาน และจัดทำมาตรการป้องกัน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ให้เกิดความสูญเสียต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ดังคำแสดงเจตจำนงด้านการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพของบริษัท

 

     คลิกเพื่อดูคำแสดงเจตจำนงด้านการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ

     

     สำหรับคู่ค้าทางตรงและอ้อมจะต้องปฏิบัติตามจรรยาบรรณคู่ค้ามิตรผล ซึ่งต้องปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งรวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเขตอนุรักษ์และความหลากหลายชีวภาพ

 

เป้าหมายในการดำเนินงาน

    1. ไม่ก่อให้เกิดความสูญเสียคุณค่าด้านความหลากหลายทางชีวภาพสุทธิ (No Net Loss: NNL) ภายใต้ขอบเขตที่บริษัท ดำเนินการได้ ภายในปี 2566

    2. รักษาพื้นที่สีเขียวภายในโรงงานไม่น้อยกว่า ร้อยละ 5 ของพื้นที่โรงงาน
    3. เพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการปลูกต้นไม้ อย่างน้อย 15,000 ไร่ ภายในปี 2575 ในพื้นที่บริษัท พื้นที่ชาวไร่ พื้นที่ป่าสงวน และป่าชุมชน 

 

 

ผลการดำเนินงาน

 

การประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ

 

บริษัทมีการประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และแนวทางการจัดการด้านความหลากหลายชีวภาพดังนี้

 

1. ดำเนินการตรวจติดตามความหลากหลายทางชีวภาพตามมาตรการที่กำหนดในโครงการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)

    มีการตรวจติดตามความหลากหลายทางชีวภาพตามมาตรการที่กำหนดในโครงการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และจัดส่งรายงานให้กับสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เพื่อให้การดำเนินโครงการสอดคล้องกับมาตรการทางกฎหมายสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535

 

2. ประเมินความใกล้เคียงของพื้นที่ตั้งโรงงานกับพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญตามที่กำหนดในประเทศไทยและองค์กรระหว่างประเทศ

    มีการประเมินความใกล้เคียงของพื้นที่ตั้งโรงงานกับพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญตามที่กำหนดในประเทศไทยและองค์กรระหว่างประเทศ ผ่านการใช้เครื่องมือของหน่วยงานต่างๆ เช่น แผนที่ป่าสงวนแห่งชาติของกรมป่าไม้ แผนที่ Thailand Biodiversity Network เป็นต้น รวมทั้งใช้ภาพถ่ายดาวเทียมและภาพถ่ายทางอากาศจากโดรนในการประเมินความใกล้เคียงของไร่บริษัท และไร่ของเกษตรกรกับพื้นที่ป่า

 

จากการประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพของบริษัททั้งหมด 52 พื้นที่ตั้งโรงงาน (12,135 เฮกตาร์) ซึ่งคิดเป็นการประเมิน 100%  มีผลการประเมินดังนี้

 

    คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ “สังคมและชุมชน” 

 

 

     อย่างไรก็ตาม เราได้ตระหนักถึงความสำคัญในการดำเนินงานของทุกพื้นที่ตั้งของบริษัท โดยได้มีการติดตามการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องอยู่เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ อีกทั้งยังจัดให้มีกิจกรรมปลูกต้นไม้เป็นประจำทุกปี เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและความหลากหลายทางชีวภาพให้กับพื้นที่อีกด้วย นอกจากนี้ บริษัทยังนำมาตรฐานแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน ISO 20400:2017 มาใช้ในการบริหารจัดการคู่ค้าทั้งทางตรงและทางอ้อม และมีการนำมาตรฐานการผลิตอ้อยและน้ำตาลเพื่อความยั่งยืนบองซูโคร (Bonsucro) มาใช้บริหารเกษตรกร จัดให้มีการประเมินความเสี่ยงคู่ค้าทางตรงและทางอ้อม เพื่อลดผลกระทบต่อการดำเนินงานและสิ่งแวดล้อมตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าของกลุ่มมิตรผล

 

กิจกรรมด้านความหลากหลายทางชีวภาพ

 

โครงการสำรวจเพื่อติดตามความหลากหลายทางชีวภาพตาม EIA

 

     บริษัทได้ดำเนินโครงการสำรวจความหลากหลายชีวภาพในพื้นที่โครงการและรอบโครงการในรัศมี 5 กิโลเมตร ของบริษัท รวมเกษตรอุตสาหกรรม จำกัด (มิตรภูหลวง) ตั้งแต่ปี 2556 – ปี 2565 ซึ่งมีการสำรวจทรัพยากรป่าไม้ เช่น ความหลากหลายของชนิดพรรณไม้ ความหนาแน่นของต้นไม้ และสำรวจทรัพยากรสัตว์ป่าในด้านความหลากหลายชนิด ระดับความชุกชุม และสถานภาพของสัตว์ป่าในแต่ละชนิด โดยได้มีการสำรวจสถานภาพสัตว์ป่าที่ได้รับการคุ้มครอง และสถานภาพการอนุรักษ์ตามเกณฑ์พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 และเกณฑ์องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (International Union of Conservation of Nature – IUCN) เมื่อพิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สามารถสรุปได้ดังนี้

 

 

     บริษัทยังมุ่งมั่นในการดําเนินธุรกิจโดยปราศจากผลกระทบต่อพื้นที่ป่าไม้สุทธิ โดยจะดําเนินการฟื้นฟูหรือปลูกป่าไม้เพื่อชดเชยการสูญเสียป่าไม้จากการดําเนินการในปัจจุบันหรือการดําเนินธุรกิจในอนาคต กลุ่มมิตรผลได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบของป่าไม้และเขตอนุรักษ์ของประเทศไทยและองค์กรระหว่างประเทศ และติดตามการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างสม่ำเสมอ โดยในปี 2564 การจัดหาวัตถุดิบหลักของกลุ่มมิตรผล มาจากพื้นที่ที่ปราศจากการตัดไม้ทำลายป่า อีกทั้งเรายังได้มีการตั้งเป้าหมายการจัดซื้อวัตถุดิบอ้อยสดเป็น 100% ภายในปี 2567

 

 

โครงการพลิกฟื้นผืนป่า สู่ธรรมชาติที่ยั่งยืน

 

     โครงการพลิกฟื้นผืนป่า สู่ธรรมชาติที่ยั่งยืน เป็นโครงการปลูก และฟื้นฟูป่าระยะยาวต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 10 ปี โดยเป็นการทำงานร่วมกับเครือข่าย องค์กร และภาคส่วนต่างๆ เช่น กรมป่าไม้ ชุมชน ชาวไร่ ซึ่งได้กำหนดเป้าหมายในการปลูกป่าจำนวน 15,000 ไร่ ภายในปี 2575 มีเป้าหมายเพื่อดูแลรักษาป่า เพิ่มพื้นที่แหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และช่วยลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

     ปัจจุบันได้ริเริ่มดำเนินโครงการที่อุทยานมิตรผลด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี และพื้นที่อุทยานมิตรภูเวียงจำนวนไปแล้วกว่า 2,000 ไร่  โดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ได้แก่ กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ หน่วยงานราชการในจังหวัด มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง เกษตรกรชาวไร่อ้อยซึ่งเป็นคู่ค้าของมิตรผล พนักงานกลุ่มมิตรผล และชุมชน