ความท้าทาย

 

     มิตรผลเป็นผู้ผลิตอาหารชั้นนำของโลก ที่ให้ความสำคัญกับการการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน และให้ความใส่ใจในประเด็นที่

ผู้มีส่วนได้เสียให้ความสนใจ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร ซึ่งบริษัทฯ ตระหนักว่า เป็นการลดทอนโอกาสในการเข้าถึงแหล่งอาหารของกลุ่มเปราะบาง อีกทั้งเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ก่อให้เกิดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก

อันจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นสาเหตุที่สำคัญของภาวะโลกรวน (Climate Change)

 

ความมุ่งมั่นและแนวทางการบริหารงาน

 

     กลุ่มมิตรผลได้ดำเนินการขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้ แนวคิด “สร้างคุณค่า สร้างอนาคตที่ยั่งยืน” โดยนำนวัตกรรม มาใช้เพื่อเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) และสร้างคุณค่า (Value Added) ให้กับอ้อยในการต่อยอดไปสู่ BCG Economy และสอดรับกับการบูรณาการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเริ่มตั้งแต่ การเพิ่มผลผลิตให้แก่วัตถุดิบต้นน้ำ ด้วยการทำเกษตรสมัยใหม่ แบบ “มิตรผล

โมเดิร์นฟาร์ม” ไปจนถึงการเพิ่มมูลค่าให้กับ ของเหลือทิ้ง ด้วยการนำส่วนที่เหลือจากกระบวนการผลิตน้ำตาล มาพัฒนา

ต่อยอดสู่พลังงานหมุนเวียน และ Bio-based ที่สามารถต่อยอดคุณค่าอ้อย และส่วนที่เหลือจากกระบวนการ ผลิตให้เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง

 

     แนวทางในการลดการสูญเสียตลอดห่วงโซ่การผลิตเริ่มตั้งแต่การส่งเสริมชาวไร่ในการปลูกอ้อยให้มีความรู้ในการ

ลดการสูญเสียจากการเก็บเกี่ยว และขนส่งเข้าโรงงาน การลดการสูญเสียในกระบวนการผลิตในขั้นตอนต่าง ๆ ให้น้อยที่สุด

โดยมีการนำหลักการ Total Productive Management (TPM) มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

 

การจัดหาวัตถุดิบ

 

  • การนำนวัตกรรมและดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และต่อยอดคุณค่าทั้งห่วงโซ่การผลิต

ให้กับอ้อย

 

  • ลดการสูญเสียระหว่างเก็บเกี่ยวและขนส่งมาโรงงาน

 

  • รณรงค์ตัดอ้อยสด สะอาดเข้าโรงงาน

 

  • มีการดำเนินงานร่วมกับชาวไร่อ้อย ในการควบคุมปริมาณการขนส่ง เพื่อไม่ให้อ้อยตกหล่นระหว่างทาง และยังมีการออกแบบและพัฒนาขนาดบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภค เพื่อช่วย

ลดปริมาณขยะอาหารที่เกิดขึ้น

 

 

กระบวนการผลิต

 

  • ลดการสูญเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิต โดยอาศัยหลักการของ Total Productive Management (TPM)

​​​​​​​1. Individual Improvement

2. Autonomous Maintenance

3. Planned Maintenance

4. Operation and Maintenance Development

5. Initial Phase Management

6. Quality Maintenance

7. TPM in Office

8. Safety, Hygiene and Working Environment

​​​​​​​

  • ลดการใช้วัตถุดิบสารเคมี และภาชนะบรรจุในกระบวนการผลิตโดยควบคุมปริมาณการใช้ที่เหมาะสม พัฒนาบรรจุภัณฑ์

ตามแนวทาง BCG Economy ได้แก่ บรรจุภัณฑ์สำหรับน้ำตาลอ้อยธรรมชาติ ที่ใช้วัสดุธรรมชาติ โดยด้านนอก

ของบรรจุภัณฑ์ทำจากกระดาษคราฟต์ ด้านในป้องกันความชื้นด้วยพลาสติกชีวภาพ ชนิดพิเศษที่ผลิตจากพืชสามารถ

ย่อยสลายได้ และลดความความหนาของภาชนะบรรจุน้ำตาล

 

    คลิกเพื่อดูนโยบายด้านการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร

 

 

เป้าหมายในการดำเนินงาน

 

    บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนของสหประชาชาติ เรื่องการสูญเสียอาหาร  และขยะอาหาร โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

1. ส่งเสริมการลดการสูญเสียอาหาร และขยะอาหารในห่วงโซ่คุณค่า

2. ลดปริมาณการสูญเสียอาหารในกิจกรรมการดำเนินการของบริษัท 

             โดยตั้งเป้าหมาย 3 ปี เป็น ลด Overall Average Recovery = 84.7 % ภายในปี 2567 

 

              หมายเหตุ:    Overall Recovery คือ ประสิทธิภาพการผลิตของน้ำตาลโดยรวมซึ่งหาได้จาก 

                                % Overall Recovery = 100 - Total Loss
                                Total Loss = Sugar loss in bagasse, filter cake, final molasses และ undetermined loss
 

 

ผลการดำเนินงาน

 

โครงการในการลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร

 

    บริษัทมีการศึกษาและเก็บข้อมูลการสูญเสียอาหารในรูปของน้ำตาลทรายตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อลดปริมาณการสูญเสียน้ำตาลทรายที่ไปกับชานอ้อย กากหม้อกรอง โมลาส และความสูญเสียโดยไม่ทราบสาเหตุ เช่น การรั่วไหล การสูญเสียซูโครสด้วยจุลินทรีย์และความร้อน เป็นต้น โดยได้จัดทำโครงการต่างๆ เพื่อลดการสูญเสียน้ำตาล เช่น

 
  • ปรับปรุงการหีบสกัดให้มีประสิทธิภาพ โดยเน้นการปรับตั้งลูกหีบและเพิ่มประสิทธิภาพการพรมน้ำในการหีบสกัด
  • ปรับปรุงการกระบวนการเคี่ยวให้ผลึกน้ำตาลสม่ำเสมอ เพื่อลดการสูญเสียน้ำตาลไปกับโมลาส
  • ปรับปรุงการควบคุมอุณหภูมิในกระบวนการผลิตให้เป็นไปตามค่าควบคุม เพื่อไม่ให้เกิดการทำลายน้ำตาลด้วยความร้อน
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพของหม้อกรองสูญญากาศในการดึงเอาความหวานที่ติดไปกับกากหม้อกรองให้ดีมากขึ้น
  • ปรับปรุงการหกล้น รั่วไหลต่างๆ โดยมีการติดตามและวัดผลการเกิดและแก้ไขให้รวดเร็ว
 

 

    น้ำตาลที่ติดไปกับชานอ้อยจะถูกนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวล น้ำตาลที่ติดไปกับกากหม้อกรองจะถูกนำไปใช้เป็นปุ๋ย และน้ำตาลที่ติดไปกับโมลาสจะถูกนำใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเอทานอล ตามห่วงโซ่คุณค่าของมิตรผล

 

    ทั้งนี้บริษัทยังมีการดำเนินงานร่วมกับชาวไร่อ้อย เพื่อควบคุมปริมาณการขนส่ง เพื่อไม่ให้อ้อยตกหล่นระหว่างทาง และยังมีการออกแบบและพัฒนาขนาดบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภค เพื่อช่วยลดปริมาณขยะอาหารที่เกิดขึ้น