ความท้าทาย

 

          หนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเกิดจากการนำทรัพยากรมาใช้ เพื่อตอบสนองต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และจำนวนประชากรโลกที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังขาดจิตสำนึกในการบริโภค ดูแล และการคำนึงถึงกระบวนการฟื้นคืนของทรัพยากรที่ต้องใช้ระยะเวลา ดังนั้นจึงเกิดการสร้างความร่วมมือและเครือข่ายจากทั่วโลกเพื่อผลักดันและร่วมรณรงค์ให้ใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า กลุ่มมิตรผลได้ตระหนักและให้ความสำคัญต่อการใช้ทรัพยากรในทุกการดำเนินกิจกรรมของบริษัทโดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารจัดการของเสียหรือการบริหารจัดการวัสดุที่ไม่ใช้แล้วอย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

ความมุ่งมั่นและแนวทางการบริหารงาน

 

          จากแนวคิด “เปลี่ยนสิ่งไร้ค่า...เป็นสิ่งที่มีคุณค่า (From Waste to Value)” และแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและหมุนเวียนนำกลับมาใช้ใหม่ของกลุ่มมิตรผลโดยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาและต่อยอดจนเกิดการนำของเสียหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วกลับมาสร้างประโยชน์และส่งมอบคุณค่าให้แก่ธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การนำใบอ้อยและชานอ้อยมาเป็นเชื้อเพลิงสำหรับผลิตไฟฟ้าชีวมวล กากน้ำตาลหรือโมลาสนำมาผลิตเป็นเอทานอล กากตะกอนหม้อกรอง และกากส่าหรือวีแนสมาเป็นวัตถุดิบผลิตปุ๋ยอินทรีย์นำกลับไปใช้ในไร่ เป็นต้น นอกจากนี้เราได้สร้างความตระหนักแก่พนักงานถึงปัญหาขยะที่ไม่สามารถนำมารีไซเคิลได้ โดยส่งเสริมให้พนักงานร่วมกันลดวัสดุที่ไม่ใช้ในชีวิตประจำวัน นำกลับมาใช้ใหม่ และคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี

 

 

การดำเนินงานที่สำคัญ

 

1. ปริมาณของเสียของกลุ่มมิตรผล 
 

 

 

2. โครงการส่งเสริมการจัดการวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว

 

การรับซื้อใบอ้อยและฟางข้าว

 

          ใบอ้อยและฟางข้าว เป็นวัสดุที่เหลือใช้ทางการเกษตรที่บริษัทได้นำกลับมาใช้ประโยชน์นอกเหนือจากช่วยคลุมดินรักษาความชื้น คลุมวัชพืช และคืนอินทรียวัตถุกลับสู่ดินแล้วยังสามารถนำมาเป็นเชื้อเพลิงพลังงานสะอาดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้วยังสร้างรายได้ให้แก่ชาวไร่อ้อยได้อีกทางหนึ่ง โดยในรอบปีที่ผ่านมาได้มีการรับซื้อใบอ้อยจำนวน 298,584 ตัน ชาวไร่ได้รายได้จากการขายใบอ้อยรวม 298,584,000 บาท

 

 

 

 

โครงการดินปลูก

 

          กลุ่มมิตรผลได้วิจัย คิดค้น และพัฒนาการนำประโยชน์จากวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ที่เกิดจากกระบวนการผลิต มาพัฒนาต่อยอดให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่เป็นประโยชน์ โดยในแต่ละพื้นที่ได้มีการดำเนินการ ดังนี้

 

1. โรงงานน้ำตาลมิตรผล ด่านช้าง

    ดำเนินการวิจัยและทดลองพัฒนาวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ภายใต้โครงการวิจัย “ดินปลูกพลังช้าง

 

          โดยได้นำ กากตะกอนหม้อกรอง ขี้เถ้าชีวมวล ชานอ้อย กากส่าหรือวีแนส และตะกอนจากระบบบำบัดน้ำเสีย อันเป็นอินทรีย์วัตถุที่มาจากธรรมชาติมาทำการวิจัยและทดลอง เพื่อผลิตเป็นดินสำหรับการเพาะปลูกที่มีคุณสมบัติเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช เป็นมิตรต่อดินและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจากการวิจัยและทดลองที่ผ่านมาสามารถลดปริมาณของเสียได้จำนวน 2 ตันต่อปี

 

          บริษัทนำเถ้า (Ash) จากโรงไฟฟ้า มาต่อยอดเพื่อใช้ประโยชน์ต่างๆ เช่น ใช้ปรับสภาพดินในพื้นที่การเกษตร และที่ดินเสื่อมโทรมโดยร่วมกับสถานีพัฒนาที่ดินประจำจังหวัด และยังพัฒนาสร้างเครื่องจักรที่จะใช้เถ้ามาเป็นวัสดุผลิตอิฐปูทางเดิน  นอกจากนี้กากหม้อกรองที่เหลือจากกระบวนการผลิตน้ำตาลยังนำมาใช้เป็นวัสดุปรับปรุงดินสำหรับพื้นที่เกษตรกรรม

 

 

2. โรงงานน้ำตาลมิตรภูเขียว

    ดำเนินการคิดค้นวัสดุเพาะกล้า และวัสดุปลูก

 

          วัสดุเพาะกล้า ใช้ผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตน้ำตาลทราย 50% และวัสดุอื่นๆ ที่ได้จากชุมชนในท้องถิ่น 50% มาปรับสูตรเป็นวัสดุเพาะกล้า ที่จะช่วยเพิ่มคุณภาพในกระบวนการเพาะกล้าพืชผัก ทำให้อัตราการงอกของเมล็ดสูงขึ้น และต้นกล้ามีความสมบูรณ์แข็งแรง

 

         วัสดุปลูก ใช้ผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตน้ำตาลทราย 100%ที่มีธาตุอาหารสำคัญ ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพรแทสเซียม ช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดี

 
 

 

3. โรงงานน้ำตาลมิตรภูเขียว

    ดำเนินโครงการผลิตอิฐบล็อกประสาน

 

          โดยได้นำกากหม้อกรองและเถ้าชานอ้อย มาอัดประกอบเป็นอิฐบล็อกประสาน ช่วยสร้างทางเลือกในการบริหารจัดการและเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้ รวมถึงลดภาระพื้นที่ในการเก็บกากหม้อกรองและเถ้าชานอ้อย ซึ่งเราได้นำอิฐบล็อกประสานดังกล่าวไปปูพื้นและผนังให้กับชุมชนและพื้นที่โรงงา

 

 

 

3. กิจกรรมสร้างความตระหนัก

 

          กลุ่มมิตรผลได้มุ่งเน้นและส่งเสริมความตระหนัก (Awareness) ถึงคุณค่าของทรัพยากรและแนวทางการบริหารจัดการวัสดุที่ไม่ใช้แล้วให้กับพนักงานและผู้รับเหมา เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการช่วยกันลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้นจากตนเองและภายในโรงงานของกลุ่มมิตรผล โดยในแต่ละพื้นที่โรงงานได้จัดกิจกรรม ดังนี้

 

  • 3.1 กิจกรรม มิตรภูหลวง Circular way “แยกให้เป็น ใช้ให้คุ้ม เปลี่ยนขยะเป็นเงิน” โดยนำหลัก 3R มาใช้ รวมทั้งมีการตั้งเป้าหมายของกิจกรรม
  •  
  •  
  • 3.2 กิจกรรมระบบคัดแยกขยะ 5 จุด โรงงานน้ำตาลมิตรภูหลวง มีแนวทางและเป้าหมาย ดังนี้
  •  

 

  • ลดปริมาณขยะทั่วไปไปทิ้งที่หลุมฝังกลบ ได้มากกว่า 10% เมื่อเทียบกับปริมาณขยะปีที่ผ่านมา

 

  • รับบริจาคกล่องนม เพื่อลดการนำไปฝังกลบ Recycle ซึ่งมีปริมาณกล่องนมมากกว่า 3,000 กล่อง/ปี หรือคิดเป็น 40 กิโลกรัม/ปี)

 

  • ลดการใช้พลาสติก บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง จากโรงอาหาร พนักงานมีภาชนะส่วนตัว ได้มากกว่า 60% ของพนักงานทั้งหมด

 

  • รณรงค์รับประทานอาหารไม่เหลือทิ้ง และหากเหลือนำเศษอาหารจากโรงอาหาร (Recycle) มาหมักร่วมกับโมลาสเป็นหัวเชื้อ EM ได้ปริมาณ 1,200 ลิตร/ปี

 

  • ลดการใช้ถุงขยะ โดยมีเป้าหมาย ให้มีการใช้ลดลง 1,500 kg/ปี

 

  • นำขยะหรือเศษวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว (Reuse) ใช้ให้คุ้มค่า และลดค่าใช้จ่ายในการซื้อใหม่

 

  • นำขยะกลับมาใช้ซ้ำ ได้มากกว่า 35% เทียบกับปริมาณขยะทั้งหมดในโรงงาน
 
 

 

          ผลการดำเนินงานของกิจกรรม

 

  • กำหนดจุดระบบคัดแยกขยะให้ละเอียดขึ้นเพิ่มอีก 1 จุด

 

  • รับบริจาคกล่องนม เพื่อลดการนำไปฝังกลบ (Recycle)  โดยได้รับกล่องนมจำนวนมากกว่า 470 กล่อง/ปี หรือคิดเป็น 5.86 กิโลกรัม/ปี)

​​​​​​​

  • รณรงค์ลดการใช้พลาสติก บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง จากโรงอาหาร

​​​​​​​

  • รณรงค์รับประทานอาหารไม่เหลือทิ้ง และหากเหลือนำเศษอาหารจากโรงอาหาร (Recycle) มาหมักร่วมกับ

โมลาสเป็นหัวเชื้อ EM = 0 ลิตร/ปี

​​​​​​​

  • ลดการใช้ถุงขยะ เหลือ 620 กิโลกรัม/ปี