ความท้าทาย

 

          ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมทั่วโลก ก่อให้เกิดการดำเนินชีวิตแบบวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) ที่ทำให้ทุกคนลดการเดินทาง และต้องทำงานจากบ้านมากขึ้น ทำให้เร่งการใช้ระบบออนไลน์มากขึ้น นับเป็นความท้าทายของบริษัทที่จะรักษามาตรฐานการดำเนินธุรกิจ ด้วยความรับผิดชอบ โปร่งใส และเป็นธรรม พร้อมกำหนดนโยบายและมาตรการบริหารความเสี่ยงองค์กรที่มีความยืดหยุ่น เพื่อปรับตัวให้ทันท่วงทีสอดคล้องกับทุกสถานการณ์ เพื่อนำพาธุรกิจให้ดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน

 

 

การกำกับดูแลกิจการที่ดี

 

ความมุ่งมั่นและแนวทางบริหารจัดการ(2-23)

 

          กลุ่มมิตรผลได้มีนโยบายและแนวปฏิบัติที่สนับสนุนการดำเนินงานด้านบรรษัทภิบาล โดยมีการกำหนดหน้าที่รับผิดชอบของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานที่ต้องรับทราบ ร่วมยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ ทำให้สามารถมั่นใจได้ว่า มีการดำเนินธุรกิจ โดยยึดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสียในอันที่จะสร้างความเติบโตทางธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน

 

          คลิกเพื่อดูนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี

 


โครงสร้างการบริหารองค์กรของกลุ่มมิตรผล(102-18)(102-19)(102-26)

 

          กลุ่มมิตรผลมีคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการบริหาร ซึ่งมีหน้าที่อย่างชัดเจน โดยคณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 11 ท่าน (ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2564) มีหน้าที่กำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมาย กลยุทธ์ นโยบาย แนวปฏิบัติและระบบควบคุมภายใน รวมถึงการกำกับ ติดตาม และควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของฝ่ายบริหาร เพื่อให้เกิดการเติบโตเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกลุ่มมิตรผลจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อยปีละ 6 ครั้ง เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานของกิจการ ตลอดจนพิจารณาอนุมัติประเด็นสำคัญ และให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่างๆ รวมถึงการจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อรายงานผลการดำเนินงานและแผนการดำเนินการต่างๆ ให้ผู้ถือหุ้นรับทราบ

 

 

  

 

การสรรหาคณะกรรมการบริษัท

 

          ด้วยความตระหนักถึงความสำคัญของบทบาทคณะกรรมการบริษัทของกลุ่มมิตรผล ในการดูแลกิจการของกลุ่มมิตรผล และการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนภายใต้หลักพื้นฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดี จึงกำหนดให้มีคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อย 5 คน และไม่เกิน 12 คน โดยในปีนี้คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการทั้งสิ้น 11 ท่าน เป็นกรรมการที่เป็นผู้บริหารจำนวน 8 ท่าน กรรมการอิสระจำนวน 1 ท่าน และกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารจำนวน 2 ท่าน ซึ่งเป็นบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความหลากหลายในด้านทักษะ ความรู้ และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานตามกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจและความสำเร็จของบริษัทฯ ซึ่งแต่ละปีกรรมการบริษัทต้องหมุนเวียนออกจากตำแหน่งเป็นจำนวน 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งคณะ (ตามข้อบังคับของบริษัท) จำนวนบริษัทที่กรรมการแต่ละท่านสามารถดำรงตำแหน่งได้นั้น ต้องมีจำนวนไม่เกิน 4 บริษัท และมีการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 โดยในการประชุมคณะกรรมการบริษัทแต่ละครั้ง เลขานุการบริษัทจะจัดส่งหนังสือเชิญประชุมซึ่งระบุวาระการประชุมทั้งหมดให้คณะกรรมการล่วงหน้าก่อนวันประชุมอย่างน้อย 7 วัน ซึ่งจะมีการจดบันทึกการประชุมที่มีรายละเอียดครบถ้วนชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรและมีการจัดเก็บรักษารายงานการประชุมที่ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการบริษัทอย่างครบถ้วนพร้อมให้คณะกรรมการบริษัทและผู้ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบได้ โดยในปีที่ผ่านมาคณะกรรมการบริษัทเข้าร่วมการประชุมทั้งสิ้น 100% ของการประชุมทั้งหมด

 

 

การดำเนินงานที่สำคัญด้านการกำกับดูแลกิจการ

 

          กลุ่มมิตรผล ให้ความสำคัญในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส และสามารถให้ตรวจสอบได้ สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี จึงได้มีการทบทวนการดำเนินการด้านการกำกับดูแลกิจการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ทันต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป

 

1. การจัดทำนโยบายและแนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการ (2-23)(2-24)(2-25)

 

          ในปี 2564 คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติให้มีการปรับปรุงและทบทวนนโยบายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นโยบายต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน (Anti-Corruption Policy) นโยบายด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Policy) จรรยาบรรณมิตรผล (Mitr Phol Code of Conduct) แนวปฏิบัติในการร้องเรียน (Whistleblowing) และกระบวนการในการตรวจสอบข้อร้องเรียน ซึ่งการปรับปรุงนโยบายและแนวปฏิบัติเหล่านี้ เพื่อให้บุคลากรมิตรผล ได้แก่ กรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน รับทราบและสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น โดยหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบด้านการกำกับดูแลกิจการ จะเป็นผู้มีหน้าที่ในการสื่อสาร สร้างความเข้าใจและความตระหนักให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในและภายนอกผ่านช่องทางต่างๆ เช่น การจัดการอบรมภายในบริษัท การประชาสัมพันธ์ผ่านอีเมลล์ และการเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของบริษัท เป็นต้น

 

2. จรรยาบรรณมิตรผล (2-23)(2-26)

 

          กลุ่มมิตรผลกำหนดให้มีจริยธรรมทางธุรกิจ หรือเรียกว่า “จรรยาบรรณมิตรผล” เพื่อรวบรวมแนวพฤติปฏิบัติอันดี เพื่อให้บุคลากรมิตรผล ได้แก่ กรรมการบริษัท ที่ปรึกษาบริหาร ผู้บริหาร และพนักงาน ได้ยึดถือเป็นแนวทางในการดำเนินงาน และเพื่อเป็นการย้ำเตือนและสร้างความตระหนักอยู่เสมอ ดังนั้นบุคลากรมิตรผล 100% จะต้องมีลงนามรับทราบและถือปฏิบัติจรรยาบรรณมิตรผลเป็นประจำทุกปี ในขณะที่คู่ค้าของบริษัททุกรายจะต้องมีการลงนามใน “จรรยาบรรณของคู่ค้ามิตรผล” เพื่อรับทราบและใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานร่วมกัน

 

          โดยในปี 2564 ได้มีการปรับปรุงเนื้อหาของจรรยาบรรณมิตรผล เพื่อให้มีความสอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจและสังคม เช่น แนวทางการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน ประเด็นสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ เป็นต้น และมีการสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้ทั้งภายในและภายนอกองค์กร ผ่านการจัดกิจกรรมและวิธีการสื่อสารในหลายรูปแบบผ่านช่องทางต่างๆ เช่น ป้ายประชาสัมพันธ์ติดตั้งภายในสำนักงาน การประชาสัมพันธ์ผ่านอีเมล การฝึกอบรม เว็บไซต์ เป็นต้น และเพื่อเน้นย้ำให้บุคลากรมิตรผลมีความตระหนักในจรรยาบรรณมิตรผล จึงได้มีการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ ภายใต้แนวคิด ชื่อ “จรรณยาบรรณ เดอะซีรีส์” เพื่อสื่อสารถึงประเด็นสำคัญในแต่ละปี โดยตลอดปี 2564 ได้เน้นย้ำประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน จึงได้จัดทำสื่อสาร “จรรณยาบรรณ เดอะซีรีส์” เรื่อง มิตรผลกับสิทธิมนุษยชน ขึ้น

 

 
 
จำนวนของผู้ที่ได้รับการสื่อสาร รับทราบและอบรมจรรยาบรรณ นโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการกำกับดูแล
 
กิจการของกลุ่มมิตรผล(205-2)
 
 

 

3. การต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน

   

          ในปี 2564 มีการการปรับปรุงนโยบายการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชัน รวมถึงแนวปฏิบัติในการร้องเรียน ตลอดจนกระบวนการในการปฏิบัติกรณีมีการกระทำทุจริต ส่อไปในทางทุจริต กระทำผิดกฎหมายต่อบริษัท กระทำผิดระเบียบข้อบังคับ หรือหลักจรรยาบรรณของบริษัท เพื่อให้การนำไปปฏิบัติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยได้มีการสื่อสาร ทำความเข้าใจไปยังบุคลากรมิตรผล รวมถึงเผยแพร่ให้ผู้มีส่วนได้เสียรับทราบ เพื่อสร้างความเข้าใจและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสอดส่องดูแลองค์กรให้มีความโปร่งใสสมดังเจตนาที่ตั้งไว้

 

          และเพื่อให้มั่นใจได้ว่ากลไกการป้องกันการทุจริตขององค์กรสามารถเทียบเคียงได้กับองค์กรชั้นนำของประเทศ กลุ่มมิตรผล โดยบริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด ได้เข้าเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (Collective Action Coalition Against Corruption; CAC) ซึ่งเป็นโครงการระดับประเทศ จากคณะกรรมการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต และได้รับการรับรองติดต่อกันเป็นครั้งที่ 2 ในปี 2564 ไม่เพียงเท่านี้ การสร้างความตระหนักแก่บุคลากรมิตรผลผ่านกิจกรรมต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันในระดับประเทศ ยังช่วยตอกย้ำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ได้ตระหนักถึงจุดยืนของกลุ่มมิตรผลที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันของสังคมไทยอีกด้วย  

    

 

 
 

กลุ่มมิตรผลเข้าร่วมงาน วันต่อต้านคอร์รัปชันประเทศไทย ประจำปี 2564

ภายใต้แนวคิด “คบเด็ก สร้างชาติ สร้างชาติไทยไร้คอร์รัปชัน” เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2564

ผ่านช่องทางออนไลน์

 

 

  

 

กลุ่มมิตรผลเข้าร่วมงาน วันต่อต้านคอร์รัปชันสากล ประจำปี 2564

ภายใต้แนวคิด “ไม่ทำ ไม่ทน ไม่เฉย รวมไทยต้านโกง” เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2564

ผ่านช่องทางออนไลน์

 
 

จำนวนข้อร้องเรียน Breaches / Corruption กลุ่มมิตรผล(102-17)(205-3)(206-1) (406-1)

 
 

          สำหรับข้อร้องเรียนที่บริษัทได้รับ บริษัทได้ดำเนินการตรวจสอบ และดำเนินการตามระเบียบของบริษัทอย่างเหมาะสม รวมทั้งจัดทำมาตรการเพื่อป้องกันการเกิดขึ้นในอนาคต โดยข้อร้องเรียนที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำที่ผิดกฎหมาย และการเงินแต่อย่างใด

 


การบริหารความเสี่ยงองค์กร(102-11) (102-15) (102-30) (102-31)

 

 

ความมุ่งมั่นและแนวทางบริหารจัดการ

 

          กลุ่มมิตรผลใช้กรอบการบริหารความเสี่ยงตามหลักการสากลของ COSO Enterprise Risk Management – Integrated Framework เป็นเครื่องมือในการดำเนินกระบวนการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร โดยจัดให้มีการทบทวนการประเมินความเสี่ยง และจัดทำ Risk Profile ให้มีความเป็นปัจจุบันอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ซึ่งสอดคล้องต่อกลยุทธ์และเป้าหมายขององค์กร ภายใต้สภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้การบริหารจัดการความเสี่ยงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง โดยมอบหมายให้ทำหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย แนวทางในการบริหารความเสี่ยงองค์กร และกำหนดให้ฝ่ายบริหารความเสี่ยง Enterprise and Operational ทำหน้าที่ประสานงานกับแต่ละธุรกิจ เพื่อให้ธุรกิจมีการทบทวน ติดตาม และรายงานความเสี่ยงที่สำคัญต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและคณะกรรมการบริษัท โดยผู้จัดการฝ่ายบริหารความเสี่ยง Enterprise and Operational เป็นผู้รับผิดชอบหลัก และขึ้นตรงต่อด้าน Governance, Risk, and Compliance ซึ่งมีการดำเนินงานที่เป็นอิสระจากธุรกิจหลักอย่างชัดเจน

 

 

การดำเนินงานที่สำคัญด้านการบริหารความเสี่ยงองค์กร

 

          ในปี 2564 กลุ่มมิตรผลมีปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญ ดังนี้

 

 

          คลิกเพื่อดูข้อมูลปัจจัยความเสียงที่สำคัญ 

 

 

         คลิกเพื่อดูข้อมูลความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risks) และการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ