ความท้าทาย

 

          การเติบโตที่ยั่งยืนของกลุ่มมิตรผลต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน บริษัทจึงต้องหาแนวทางในการสร้างคุณค่าร่วม และตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย พร้อมกับการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนให้กับสังคมและชุมชนโดยรอบ เพื่อให้ชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และพึ่งพาตนเองได้  พร้อมทั้งการยกระดับพัฒนาสินค้าของชุมชนไปสู่วิสาหกิจเพื่อสังคม หรือร่วมกันสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม เพื่อเสริมความเข้มแข็งให้กับสังคมและชุมชน สำหรับสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่องในด้านเศรษฐกิจและสังคม บริษัทยังคงเดินหน้าช่วยเหลือทุกภาคส่วน และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และประเทศไทยให้กลับคืนสู่ภาวะปกติสุขโดยเร็วและยั่งยืน 

 

ความมุ่งมั่นและแนวทางบริหารจัดการ

 

          กลุ่มมิตรผลมุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมและชุมชน ด้วยการขับเคลื่อนการดำเนินงานการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนร่วมกับชุมชนและภาคีต่างๆ  ในการสร้างคุณค่าร่วมเพื่อให้ชุมชนพึ่งพาตนเอง มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีรายได้ที่มั่นคง ในการบริหารจัดการจะมีฝ่ายพัฒนาชุมชนเพื่อความยั่งยืนเข้าไปมีส่วนร่วมในชุมชน และรับสมัครชุมชนที่สนใจให้มาร่วมเป็นครัวเรือนอาสา พร้อมกับจัดตั้งคณะกรรมการตำบลมิตรผลร่วมพัฒนา เพื่อมาทำงานร่วมกันโดยมีการจัดทำแผนการดำเนินงาน และติดตามผลการพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่อง สำหรับในการสร้างความสัมพันธ์อันดีของคนในชุมชน บริษัทมีฝ่ายชุมชนสัมพันธ์ ที่เข้าไปดูแลรับผิดชอบในการทำงานสานสัมพันธ์ สร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนในแต่ละพื้นที่รอบโรงงาน

 

          สำหรับในการพัฒนาการศึกษาไทย บริษัทได้มีฝ่ายบริหารการศึกษา เพื่อทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในการส่งเสริมการพัฒนาการศึกษาไทย ทั้งการพัฒนาหลักสูตรร่วมกับสถานศึกษา ให้การสนับสนุนงบประมาณในการจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอน และร่วมพัฒนาสื่อการสอน เพื่อสานอนาคตการศึกษาไทยให้ยั่งยืน นอกจากนี้บริษัทยังมีฝ่ายกิจการเพื่อสังคม ซึ่งจะร่วมมือกับชุมชน และกลุ่มวิสาหกิจเพื่อสังคมต่างๆ ในการสร้างสรรค์และพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างรายได้และเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน นำไปสู่การสร้างความยั่งยืนให้สังคม

 

 

การดำเนินงานที่สำคัญ

 

 

1. การพัฒนาชุมชนเพื่อความยั่งยืน

 

 

          การพัฒนาชุมชนเพื่อความยั่งยืน ปัจจุบันดำเนินโครงการในพื้นที่ 23 ตำบล 8 จังหวัด  ครอบคลุม 284 หมู่บ้าน 25,500 ครอบครัว มีการขับเคลื่อนงานผ่าน 3 เป้าหมายหลัก ดังนี้

 

 

  • ด้านการจัดการชุมชนอย่างยั่งยืน 

 

          บริษัทได้ส่งเสริมและปรับเปลี่ยน “วิธีคิด” ที่จะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในแนวทางการพัฒนาของสมาชิกครัวเรือนอาสาพอเพียง พัฒนาการบริหารการจัดการในระดับกลุ่ม ชมรมและเครือข่าย โดยให้ความสำคัญกับกระบวนการขับเคลื่อนของคณะทำงานโครงการระดับตำบล เปิดโอกาส ร่วมคิดร่วมทำ ร่วมวางแผน และร่วมรับผลประโยชน์อย่างแท้จริง

 

 
 

 

  • ด้านการพัฒนาระบบเกษตรและอาหารปลอดภัย

 

          กลุ่มมิตรผลได้ขับเคลื่อนกระบวนการส่งเสริมการปลูกผักปลอดภัยและพัฒนาองค์ความรู้การเกษตรควบคู่กับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IOT ให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อยในชุมชนรอบโรงงาน จนสามารถพัฒนากระบวนการผลิตที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน GAP และบริหารจัดการผลผลิตได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงสามารถพัฒนาความรู้กลไกการตลาดและประสานช่องทางตลาดที่มั่นคง เพื่อให้เกษตรกรสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตจากการที่สามารถปลูกอยู่ปลูกกิน มีฐานอาหารที่มั่นคง ไปสู่การสร้างรายได้เสริมที่มั่นคงควบคู่กับการทำไร่อ้อย จากการขับเคลื่อนการส่งเสริมการปลูกผักปลอดภัยในพื้นที่ 7 โรงงาน และพื้นที่โครงการขยาย 1 พื้นที่ เกิดการพัฒนาศักยภาพการทำเกษตรปลอดภัยของเกษตรกร ดังนี้

 
 
 
 

          นอกจากนี้กลุ่มมิตรผล ได้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรให้รู้จักการทำตลาดออนไลน์ โดยการใช้ Line Official เป็นช่องทางตลาดออนไลน์ที่พัฒนาขึ้นในชื่อร้าน “ข้าว ผัก ปลา” ให้เป็นแหล่งรวมสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เช่น ข้าว ผัก ปลา ไข่ ผลไม้ เป็นต้น เพื่อรองรับผู้บริโภคที่หลากหลาย โดยได้มีการขับเคลื่อนการจำหน่ายผลผลิตการเกษตรผ่าน Line Official ใน 5 พื้นที่ ได้แก่ ชัยภูมิ สุพรรณบุรี สิงห์บุรี กาฬสินธุ์ และอำนาจเจริญ โดยมียอดจำหน่ายรวมทั้งหมด 170,259 บาท

 

 
 
 

 

  •  ด้านการพัฒนาระบบเศรษฐกิจชุมชน

 

          บริษัทสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน โดยเข้าไปส่งเสริมและพัฒนาทักษะการประกอบอาชีพบนพื้นฐานของความสามารถและทรัพยากรของท้องถิ่นที่มีอยู่ ผ่านการรวมกลุ่มของชุมชนที่มีความสนใจและมีศักยภาพในการนำความถนัดของคนในชุมชนมาสร้างผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างรายได้ควบคู่กับการพัฒนาระบบบริหารจัดการ ทั้งด้านต้นทุนการผลิต และการตลาด ปัจจุบันสามารถพัฒนาสู่การรวมเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่หลากหลายในแต่ละพื้นที่ เช่น กลุ่มผลิตไม้กวาดทางมะพร้าว กลุ่มผลิตผ้าเช็ดเครื่องจักร กลุ่มผลิตน้ำอ้อยก้อน กลุ่มเพาะเห็ด เป็นต้น

 

          จากการขับเคลื่อนการส่งเสริมพัฒนาอาชีพตามทุนและศักยภาพในพื้นที่ชุมชน ในพื้นที่ 7 โรงงาน 1 โครงการขยาย เกิดการพัฒนาทักษะศักยภาพการเป็นผู้ประกอบการของเกษตรกรรอบโรงงาน ดังนี้

 
 

2. การจัดตั้ง บริษัท ปลูกเพาะสุข จำกัด ภายใต้การดำเนินงานในพื้นที่แปลงกินผัก

 

          กลุ่มมิตรผลได้ก่อตั้ง “บริษัท ปลูกเพาะสุข จำกัด” เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนกระบวนการส่งเสริมการปลูกผักปลอดภัยและการบริหารจัดการผลผลิตให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อย โดยเน้นการพัฒนาพื้นที่ "แปลงกินผัก"  พื้นที่ว่างเปล่าของโรงงานน้ำตาลมิตรภูเขียวให้เป็นศูนย์กลางการรวบรวมและกระจายผลผลิตทางการเกษตรให้กับกลุ่มผักปลอดภัย โดยมีการดำเนินงานที่ผ่านมาสำเร็จเป็นรูปธรรมรวมทั้งเชื่อมโยงกับตลาดที่มั่นคงกับ บริษัท คิงส์วิซ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทรับซื้อผักเพื่อนำมาคัดแยก ตกแต่ง บรรจุส่งให้กับห้างสรรพสินค้าต่อไป โดยในรอบปีที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร จำนวน 584,996 บาท

 

          สำหรับภายในแปลงกินผักได้แบ่งพื้นที่เพื่อดำเนินกิจกรรมการเกษตรเป็น 4 ส่วน ดังนี้

 

1. การปลูกผักปลอดภัยจำหน่ายและเป็นผลผลิตสำรองให้กับเกษตรกร

 

2. ผลิตวัสดุเพาะและวัสดุปลูก

 

3. เพาะกล้าพันธุ์ผักจำหน่าย

 

4. กระจายผลผลิตของเกษตรกรสู่คู่ค้า

 

          ทั้งนี้การพัฒนาพื้นที่แปลงกินผักได้ดำเนินการควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพของพนักงานผู้พิการในโครงการชุมชนเข้มแข็งด้วยแรงผู้พิการให้เป็นกำลังหลักในการดูแลและบริหารกิจกรรมในแปลง

 

 

3. โครงการชุมชนเข้มแข็งด้วยแรงผู้พิการ

 

          เป็นการร่วมสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพและสร้างรายได้ให้กับผู้พิการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมให้ผู้พิการสามารถช่วยเหลือและพึ่งพาตนเองได้ ซึ่งกลุ่มมิตรผลมีการจ้างงานพนักงานผู้พิการ ตามมาตรา 33 จำนวน 81 คน โดยได้ปฏิบัติงานในพื้นที่โครงการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน จำนวน 59 คน โดยร่วมทำงานกับหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ โรงพยาบาล องค์การบริหารส่วนตำบล โรงเรียนในชุมชน ศูนย์เรียนรู้ตำบล และได้ว่าจ้างผู้พิการอีก 22 คนทำงานในองค์กรเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้ทำงานในสถานที่ใกล้บ้าน รวมถึงมีการจัดตั้งชมรมผู้พิการจำนวน 6 ชมรม มีสมาชิก 719 คน เพื่อเป็นการร่วมกันพัฒนากระบวนการรวมกลุ่ม ทักษะความรู้ และจัดสวัสดิการให้กับผู้พิการภายในชุมชนร่วมกับประสานงานกับหน่วยงานภาคีในการร่วมพัฒนาผู้พิการ

 
\
 

 

4. โครงการเพื่อสังคมและชุมชน

 

 

          โดยกลุ่มมิตรผลได้สนับสนุนการลงทุนเพื่อสังคมผ่านโครงการเพื่อสังคมต่างๆ ดังนี้

 

 

  •  กองทุนมิตรผล-บ้านปู รวมใจช่วยไทย สู้ภัย COVID-19

 

          กองทุนดังกล่าวจัดตั้งโดย กลุ่มมิตรผล และบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เมื่อมีนาคม 2563 ด้วยงบประมาณ 500 ล้านบาท และในปี 2564 ทั้งสองบริษัทจึงเพิ่มงบประมาณอีก 500 ล้านบาท รวมเป็น 1,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์และสาธารณสุขที่จำเป็นในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปี ได้มอบความช่วยเหลือให้กว่า 380 หน่วยงาน ในพื้นที่ 40 จังหวัด มูลค่ารวมกว่า 520 ล้านบาท  เพื่อช่วยเหลือและให้การสนับสนุน พร้อมทั้งร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และประเทศไทยให้กลับคืนสู่ภาวะปกติสุขอีกครั้ง

 

 

 

  • โครงการมิตรปันสุข

 

          เป็นโครงการที่ให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางสองมิติ โดยในมิติแรกนั้น เป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนให้เกิดเงินหมุนเวียนจากการจัดซื้อเครื่องอุปโภคบริโภค การจ้างผลิต และแพ็กถุงยังชีพในชุมชน เป็นการกระจายรายได้ให้ชุมชนในท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นการอุดหนุนสินค้าจากร้านค้าในชุมชน หรือจ้างคนในชุมชนทำน้ำพริก ไข่เค็ม ปลาแห้ง กล้วยฉาบ ไปจนถึงการผลิตถุงยังชีพที่นำมาบรรจุเครื่องอุปโภคบริโภค ก็ใช้กระสอบน้ำตาลมาตัดเย็บ และจ้างคนในชุมชนทำ เพื่อสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชน และอีกมิติก็คือ ปลายทางของถุงยังชีพทั้งหมดนี้ได้ถูกนำไปมอบให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ได้แก่ ผู้ป่วย ผู้ที่ต้องกักตัว กลุ่มเปราะบาง และประชาชนผู้มีรายได้น้อย

 
 

 

  

     คลิกเพื่อดูโครงการเพื่อชุมชนและสังคมด้านอื่นๆ 

 

     คลิกเพื่อดูโครงการพัฒนาเกษตรกร และอาหารปลอดภัย

 

     คลิกเพือดูโครงการมิตรผลโมเดิร์นฟาร์ม

 

     คลิกเพื่อดูโครงการเปลี่ยน "ใบอ้อย" เป็น "พลังงานสะอาด" สร้างรายได้ ลดมลภาวะ